กำถั่ว (Fantan)

สำหรับเกมส์กําถั่ว มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ที่นักพนันชาวจีนได้เริ่มเล่นกัน โดยจะใช้อุปกรณ์ในการเล่น คือ ถั่ว , กระดุม , เม็ดมะขาม หรืออื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จำนวนประมาณ 150 อันขึ้นไป และ จะมีไม้ยาวตรง ที่เตรียมไว้ใช้เรียงเม็ดถั่ว ซึ่งวิธีการเล่นจะสุ่มหยิบเม็ดถั่วมา 1 กำ จากนั้น จะแยกเป็นกอง กองละ 4 เม็ด โดยกองสุดท้าย เหลือเม็ดถั่วกี่เม็ด จะเป็นผลรางวัล หวยออนไลน์

กําถั่ว สูตร
กําถั่ว สูตร

ซึ่งในการวางเดิมพัน จะมีตำแหน่งการวางเดิมพันอยู่ 3 แบบหลักๆ นั่นคือ แทงหนึ่งหมายเลข , แทงควบสองหมายเลข และ แทงควบสามหมายเลข โดยในการแทงแต่ละตำแหน่งนั้นจะมีอัตราการชนะที่แตกต่างกัน ถ้ามีอัตราชนะเยอะ อัตราจ่ายก็จะน้อย แต่ถ้าอัตราชนะน้อย อัตราจ่ายก็จะเยอะ

 

ขั้นตอนการเดิมพันและวิธีเล่น

เมื่อเริ่มเกมส์จะมีเวลาให้เพื่อนๆ ทุกท่าน ได้ทำการวางเดิมพันในตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อเดิมพันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือ หมดเวลาในการวางเดิมพัน จากนั้นดีลเลอร์ที่คอยอยู่ประจำโต๊ะ จะทำการหยิบภาชนะ (ถ้วยเล็ก) นำมาครอบหรือตัก เม็ดถั่ว จากกองเม็ดถั่วทั้งหมด จากนั้น ดีลเลอร์จะทำการแยกเม็ดถั่วที่ครอบไว้หรือตักไว้ โดยจะแยกออกเป็นกอง กองละ 4 เม็ด ซึ่งกองสุดท้ายของเม็ดถั่ว มีจำนวนเม็ดถั่ว กี่เม็ด นั้น ก็จะเป็นผลการออกรางวัลในรอบนั้น ๆ

สำหรับเกมส์กำถั่ว มีขั้นตอนและวิธีเล่นที่ง่ายมากครับ แต่มีข้อเสียอยู่ คือ ใช้เวลาในการเล่นแต่ละรอบนาน ไม่เหมือนเกมส์อื่นๆ อย่างเช่น บาคาร่า ที่ใช้เวลาในการเล่นของแต่ละรอบไม่นาน แต่เกมส์นี้มีข้อดี คือ มีอัตราความเสี่ยงน้อย มีโอกาสชนะเยอะครับ แต่ต้องแลกมาด้วยกับกำไรที่ได้ในแต่ละรอบน้อยลง

 

ตำแหน่งการวางเดิมพันและอัตราจ่าย

สำหรับตำแหน่งการวางเดิมพันของเกมส์นี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ตำแหน่งหลักๆ นั่นคือ แทงหมายเลขเดียว , แทงควบสองหมายเลข และ แทงควบสามหมายเลข

1. แทงหมายเลขเดียว : สำหรับตำแหน่งการวางเดิมพันตำแหน่งนี้ จะเป็นการเต็งตัวหมายเลขโดยตรง ซึ่งจะมีให้เลือกเพียง 4 หมายเลข (1-2-3-4) ซึ่งตำแหน่งนี้จะมีความเสี่ยงเยอะที่สุดของเกมส์กำถั่วแล้ว โดยจะมีโอกาสชนะ คือ 1 ใน 4 หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้เพียง 25% เท่านั้น

แต่แลกมาด้วยกับอัตราจ่ายที่สูง ซึ่งอัตราจ่ายของตำแหน่งนี้ จะมีอัตราจ่าย 2.85 เท่า ยกตัวอย่างในการคิดเงิน ถ้าวางเดิมพัน 100 บาท แล้วชนะ จะได้รับเงินรางวัล เท่ากับ 100*2.85 = 285 บาท เราจะได้รับเงินกลับคืน 385 บาทรวมทุน

2. แทงควบสองหมายเลข : สำหรับตำแหน่งการวางเดิมพันตำแหน่งนี้ จะเป็นการแทง 1 ตำแหน่ง แต่เลือก 2 หมายเลข ซึ่งการวางเดิมพันตำแหน่งนี้ จะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสชนะ โดยจะมีอัตราชนะ 50:50 ซึ่งความเสี่ยงของตำแหน่งนี้จัดอยู่ในความเสี่ยงระดับกลาง โดยตำแหน่งนี้จะมีอัตราจ่าย 0.95 เท่า

3. แทงควบสามหมายเลข : สำหรับตำแหน่งการวางเดิมพันตำแหน่งนี้ จะเป็นการแทง 1 ตำแหน่ง แต่เลือก 3 หมายเลข ซึ่งตำแหน่งการวางเดิมพันนี้ มีโอกาสชนะมากที่สุดของเกมส์นี้ โดยมีอัตราชนะมากถึง 75 % หรือ 3 ใน 4 โดยตำแหน่งนี้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่อัตราการจ่ายของตำแหน่งนี้ก็น้อยตามไปด้วย ซึ่งมีอัตราการจ่ายเพียง 0.32 เท่า ถ้าเราวางเดิมพัน 100 บาท เราจะได้กำไรเพียง 32 บาท ซึ่งจะได้กลับมาเพียง 132 บาท รวมทุน

 

กําถั่ว สูตร

สำหรับสูตรที่ใช้ในการเล่นเกมส์ กำถั่ว ก็มีมากมายครับ แต่สำหรับสูตรที่ใช้แล้วดี ใช้แล้วได้กำไร ต้องสูตรเดินเงิน เพราะเกมส์นี้ เป็นเกมส์ที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ดังนั้น การใช้สูตรเดินเงิน เหมาะสมที่สุดแล้ว ซึ่งสูตรเดินเงินที่ผมจะพูดถึงในบทความนี้ จะเป็นสูตรเดินเงินที่ใช้ได้กับเกมส์คาสิโนออนไลน์ทั่วไป และ เป็นสูตรที่มีความนิยมมากที่สุดจากนักพนันคาสิโน

นั่นคือ สูตรเดินเงิน มาร์ติงเกล (Martingale) ซึ่งนอกจากสูตรเดินเงินมาร์ติงเกลแล้ว ยังมีอีกสูตรหนึ่งที่มีวิธีการเดินเงินที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ Super Martingale ซึ่งเราจะมาพูดกันในบทความนี้ครับ

 

สูตรเดินเงินมาร์ติงเกล (Martingale)

สำหรับสูตรเดินเงินสูตรนี้ เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่นักพนันคาสิโน ได้เลือกใช้ เพราะเป็นสูตรที่ช่วยทำกำไรให้กับนักพนันมานักต่อนักแล้ว ซึ่งสูตรเดินเงินสูตรนี้ จะมีลักษณะการเดินเงินในรูปแบบทบไปเรื่อยๆ เมื่อแพ้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ชนะก็จะเดิมพันเท่าเดิมไปเรื่อยๆ

ซึ่งการเดินเงินในลักษณะนี้ จะมีข้อดีคือ ถ้าเกิดเราแพ้ติดต่อกัน 2 รอบ แล้วชนะเพียง 1 รอบ เราจะได้ทุนที่เราแพ้ 2 รอบแรกคืน แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน นั่นคือ ถ้าแพ้ติดต่อกันมาก หรือ แพ้ติดต่อกัน 5 รอบขึ้นไป อาจจะทำให้เพื่อนๆ ทุกท่านหมดตัวเลยก็ได้ ถ้ามีงบไม่มากพอ เพราะยิ่งเสียยิ่งทวีคูณเงินที่เราขาดทุนเข้าไปอีก

โดยสูตรเดินเงินมาร์ติงเกลจะมีลักษณะการเดินเงินดังนี้

  • เมื่อชนะ : จะวางเดิมพันเท่าเดิมไปเรื่อยๆ เช่น รอบแรกเดิมพัน 1 หน่วย ชนะ รอบที่สอง เดิมพัน 1 หน่วย เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแพ้ > 1 – 1 – 1 – 1 – 1
  • เมื่อแพ้ : จะวางเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของจำนวนเดิมพันรอบล่าสุด เช่น รอบแรกเดิมพัน 1 หน่วย แพ้ รอบที่สองเดิมพัน 2 หน่วย แพ้ รอบที่สามเดิมพัน 4 หน่วย ซึ่งจะเดิมพันแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ > 1 – 2 – 4 – 8 – 16

* 1 หน่วยจะเท่ากับเท่าไหร่ก็ได้ เช่น 1 หน่วย = 100 บาท

สำหรับสูตรเดินเงินมาร์ติงเกล เหมาะสำหรับคนที่มีงบมากในระดับหนึ่ง เพราะถ้าเกิดว่าแพ้ติดต่อกันเกิน 5 ตา จะทำให้ขาดทุนเยอะ เนื่องจากสูตรนี้จะวางเดิมพันทบไปเรื่อยๆ ถ้ายิ่งแพ้เยอะ ยิ่งหมดเยอะ แต่ถ้าเกิดพลิกกับมาชนะเพียง 1 ตา ก็จะได้ทุนคืน

 

สูตรเดินเงินซุปเปอร์ มาร์ติงเกล (Super Martingale)

สำหรับสูตรนี้ เป็นสูตรเดินเงินที่ช่วยทำกำไรมากกว่า สูตรมาร์ติงเกล เพราะสูตรเดินเงินสูตรนี้ จะเพิ่มจำนวนเดิมพันมากกว่า โดยจะเพิ่มจำนวนเดิมพันเป็น 2 เท่า + 1 หน่วย ของจำนวนเดิมพันรอบล่าสุด เมื่อแพ้ แต่ถ้าชนะจะลงเดิมพันเท่าเดิม

ซึ่งสูตรเดินเงินซุปเปอร์มาร์ติงเกล จะมีลักษณะการเดินเงินดังนี้

  • เมื่อชนะ : จะวางเดิมพันเท่าเดิมไปเรื่อยๆ เช่น ตาแรกเดิมพัน 1 หน่วย แล้วชนะ ตาต่อไปก็เดิมพันเท่าเดิม นั่นคือ 1 หน่วย เดินเงินแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแพ้ (1 – 1 – 1 – 1 – 1)
  • เมื่อแพ้ : จะวางเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า + 1 หน่วย ของจำนวนเดิมพันรอบล่าสุด เช่น ตาแรกเดิมพัน 1 หน่วย แล้วแพ้ ตาต่อไปเดิมพัน 3 หน่วย ถ้าแพ้อีก ตาต่อไปเดิมพัน 7 หน่วย จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ แล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ (1 – 3 – 7 – 15 – 31)

สำหรับสูตรเดินเงินสูตรนี้ เป็นสูตรที่ต้องใช้ต้นทุนหรืองบในการเล่นเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อแพ้ติดต่อกัน คุณอาจจะหมดตัวได้เลย ดังนั้นเพื่อนๆ คนไหนต้องการใช้สูตรนี้ต้องมีต้นทุนสำรองเยอะหน่อยนะครับ